สวรรค์บนดิน!!!…ส่องถ้ำ”SonDoong”นึกว่าดินแดนเทพนิยาย “วู๊ดดี้”นำทัพตะเกียกตะกาย สุขนี้กว่าจะได้มา มีอยู่จริงหรือนี่ (ภาพชุด)

loading...

วันที่ 27 เพจ “woody” ได้แชร์เรื่องราวการท่องเที่ยว ของประเทศเวียดนามแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ในโลกเราจะมีที่แบบนี้อยู่จริงๆ

loading...

ฝันที่เป็นจริง!!! เป็นการเดินทางที่สุดยอดที่สุดตั้งแต่เกิดมา ทุกย่างก้าวทำให้เราได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้สัมผัสสิ่งที่ไม่เคยเจอ ได้เผชิญและสู้กับใจตัวเองว่าเราจะไปต่อยังไง สุดท้ายภาพที่เราเห็นมันเกินคำบรรยายจริงๆ กับถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก #SonDoong ที่รอคอยมาเป็นปี ที่สำคัญตลอดห้าวันที่ผ่านมาเราไม่มีสัญญาณมือถือ ไม่มีน้ำอาบ ขาดการติดต่อจากโลกภายนอก แถมน้ำขึ้นปิดถ้ำ ทำให้เราอยู่ในสวรรค์บนดินนี้นานขึ้น ทำให้เราอยู่กับเพื่อนๆทั้ง 10 ชีวิตอย่างมีความสุขทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ที่วันนี้กลายเป็นเพื่อนรักเพื่อนฮา อยากให้ทุกคนได้มาลองและสัมผัสอย่างที่เราได้เห็น ชีวิต No มือถือ มันดี๊ดี We found heaven in the middle of Vietnam Not just the beauty of #SonDoong that captivated our hearts but the kindness of our group leader and Vietnamese entourage that made this a once in a lifetime trip to remember #SonDoongCave #SonDoongSurvivor #SonDoong7

สถานที่ ถ้ำ sondoog

Son Doong Cave หรือ ถ้ำเซินด่อง แปลว่า ถ้ำแม่น้ำภูเขา เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฟ็องญา-แก๋บ่าง อำเภอโบ๊จัก จังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) ทางภาคกลางตอนบนของประเทศเวียดนาม ว่ากันว่าเป็นถ้ำที่โหดที่สุด การเดินทางนั้นก็ไม่ใช่ง่ายๆ กว่าจะเข้าไปถึงตัวถ้ำ และคนที่ไปเที่ยวจะต้องชอบ อดทน และมีความบ้าในตัวพอสมควรเลยล่ะ!

ถ้ำเซินด่อง ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1991 (พ.ศ. 2534) โดยชายท้องถิ่น ชื่อว่า Ho Khanh ซึ่งเขาเข้าไปหลบฝน และพบว่ามีเมฆลอยอยู่ในถ้ำ มีป่าและแม่น้ำไหลผ่าน แต่ในช่วงนั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนต่อมาในปี 2009 (พ.ศ. 2552) ถ้ำเซินด่องได้ถูกค้นพบอีกครั้งโดยกลุ่มนักสำรวจ (นักเดินถ้ำ) ชาวอังกฤษ นำทีมโดย Howard Limbert

ถ้ำเซินด่อง ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1991 (พ.ศ. 2534) โดยชายท้องถิ่น ชื่อว่า Ho Khanh ซึ่งเขาเข้าไปหลบฝน และพบว่ามีเมฆลอยอยู่ในถ้ำ มีป่าและแม่น้ำไหลผ่าน แต่ในช่วงนั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนต่อมาในปี 2009 (พ.ศ. 2552) ถ้ำเซินด่องได้ถูกค้นพบอีกครั้งโดยกลุ่มนักสำรวจ (นักเดินถ้ำ) ชาวอังกฤษ นำทีมโดย Howard Limbert

ถ้ำเซินด่อง เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 2013 และจำกัดคนเข้าชมเพียง 500 ต่อปี (ปีแรกให้คนเข้าได้เพียง 18 คน ปีถัดมาเพิ่มเป็น 240 คน) เหตุผลเนื่องมาจาก เขาอยากรักษาถ้ำเอาไว้ เพราะมันบอบบางมาก .. ถ้าใครอยากมาชมความสวยงามของถ้ำนี้คงต้องจองข้ามปีกันเลยทีเดียว! และค่าใช้จ่ายก็ราคาไม่เบาเช่นกัน ส่วนช่วงเวลาแนะนำให้มา มีนาคม-พฤษภาคม จะดีที่สุด

ในการปีนเขา เข้าถ้ำนั้น ทั่วไปจะมีความยาก-ง่ายอยู่ 6 ระดับ ซึ่งถ้ำเซินด่อง อยู่ในเลเวล 6! ถือว่ายากสุดๆ เมื่อเข้าไปในถ้ำแล้ว นอกจากจะได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการ ธรรมชาติที่สวยงามของตัวถ้ำ อีกทั้งความอัศจรรย์ของเมฆที่ลอยอยู่ในถ้ำ ซึ่งพบเห็นได้ยากมากๆ ขาลุย ขาโหด แนวแอดเวนเจอร์ มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง!

สภาพของถ้ำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งสภาพอากาศก็มีผลต่อทัศนวิสัยภายในถ้ำ ส่วนการที่จะเที่ยวถ้ำเซินด่อง นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องเดินทางผ่านหลายถ้ำ แม่น้ำหลายสาย และเดินเป็นวัน แต่ถ้าได้ไปถึงแล้ว รับรองคุ้มค่าที่ได้ไปจริงๆ!

การเดินทางใน ถ้ำเซินด่อง เริ่มจากการไต่เขาลงมาในถ้ำลึกหลายสิบเมตร (ในรูปด้านบน เริ่มจากขวามือ) ปีนป่าย ข้ามแม่น้ำในถ้ำ และมีการพักตั้งแคมป์ ภายในถ้ำจะมีอยู่ 2 จุดที่เป็นเพดานถ้ำพังทลายลงมา จนเกิดเป็นแสงลอดเข้าถ้ำ ซึ่งแสงอาทิตยนั้นเองก็ทำให้ภายในถ้ำเกิดเป็นป่าไม้ขึ้นมา และด่านสุดท้ายของปลายถ้ำนั้นคือ “กำแพงแห่งเวียตนาม” กำแพงหินที่มีเพดานสูงที่สุดในถ้ำ ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเราต้องพายเรือข้ามทะเลสาบภายในไป ..

John Spies เป็นหนึ่งคนที่ชอบและรักในการท่องเที่ยวธรรมชาติ ปีนเขา เข้าถ้ำ เขาได้ไปสัมผัสความงามของธรรมชาติในถ้ำเซินด่องมาแล้ว นี่คือส่วนหนึ่งของภาพที่เขาถ่ายมา บอกเลยว่าสุดยอดมาก!!

**จังหวัดกว๋างบิ่ญ เป็นจังหวัดที่มีแผ่นดินแคบที่สุดของเวียดนาม อยู่ห่างจากกรุงฮานอยไปทางทิศใต้ประมาณ 450 กิโลเมตร และเป็นจังหวัดที่เดินทางจากไทยไปใกล้ที่สุด คือระยะทาง 145 กิโลเมตรจากจังหวัดนครพนม

ขอบคุณ woody
ขอบคุณรูปภาพ www.sondoongcave.org , https://500px.com/john13

แบ่งปัน